Win Big - Lottery
จาก “หวย ก.ข.” สู่ “สลากดิจิทัล”: เปิดตำนานเส้นทางเสี่ยงโชคคู่สังคมไทย
เมื่อพูดถึงวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน บรรยากาศในสังคมไทยจะคึกคักเป็นพิเศษด้วยความหวังและความตื่นเต้น “สลากกินแบ่งรัฐบาล” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ลอตเตอรี่” ไม่ได้เป็นเพียงเกมเสี่ยงโชค แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน ทว่ากว่าจะมาเป็นสลากใบละ 80 บาทในแอปพลิเคชันเป๋าตังอย่างทุกวันนี้ การเสี่ยงโชคของไทยมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและเข้มข้นกว่าที่หลายคนคิด
จุดเริ่มต้น: แก้เศรษฐกิจฝืดเคืองด้วย “หวย ก.ข.”
ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2375) สยามประสบปัญหาข้าวยากหมากแพงและเงินตราขาดแคลน เนื่องจากชาวบ้านนิยมนำเงินพดด้วงไปฝังดินเก็บไว้ไม่นำออกมาใช้จ่าย เพื่อแก้ปัญหานี้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงหวยขึ้นตามคำกราบบังคมทูลของ “จีนหง” (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาศรีไชยบาล) นายอากรคนสำคัญ
การเล่นในยุคแรกเรียกว่า “หวย ก.ข.” ซึ่งดัดแปลงมาจาก “ฮวยหวย” ของจีนที่ใช้รูปดอกไม้และชื่อคนโบราณ โดยไทยเปลี่ยนมาใช้พยัญชนะไทย 36 ตัว (ตัดตัวที่ซ้ำซ้อนหรือออกเสียงยากออก) ให้ชาวบ้านทายว่าจะออกตัวไหน หากทายถูกก็ได้รับรางวัล วิธีนี้ได้ผลดีเยี่ยม เงินที่ถูกฝังดินเริ่มหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง
กำเนิด “ลอตเตอรี่” แบบตะวันตก
คำว่า “ลอตเตอรี่” เริ่มปรากฏขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีการออกสลากครั้งแรกในปี พ.ศ. 2417 เนื่องในงานเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อหารายได้ช่วยเหลือพ่อค้าต่างชาติที่นำสินค้ามาแสดงพิพิธภัณฑ์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ก็มีการออกลอตเตอรี่ “เสือป่าล้านบาท” เพื่อนำเงินไปซื้อปืนแถมเสือป่า ซึ่งถือเป็นการออกสลากเพื่อสาธารณกุศลเป็นครั้งคราว ไม่ได้มีเป็นประจำเหมือนปัจจุบัน
สู่ยุค “สลากกินแบ่งรัฐบาล” อย่างเป็นทางการ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี พ.ศ. 2476 รัฐบาลต้องการหารายได้เพื่อบำรุงการศึกษาและสาธารณสุข จึงได้จัดให้มีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้นอย่างจริงจัง จนกระทั่งในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2482 ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีการจัดตั้ง “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” ขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อบริหารจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ และทำให้การเสี่ยงโชคกลายเป็นกิจการของรัฐที่สร้างรายได้มหาศาลเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ
วิวัฒนาการสู่โลกดิจิทัล
ตลอดระยะเวลากว่า 80 ปี ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รูปแบบของสลากได้ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จากราคาฉบับละ 1 บาท ในอดีต ไต่ระดับมาจนถึงราคามาตรฐาน 80 บาทในปัจจุบัน รูปแบบสลากก็เปลี่ยนจากสลากใบใหญ่ มาเป็นสลากคู่ และสลากใบเดียว จนถึงยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ เกิดเป็น “สลากดิจิทัล” (L6) ที่จำหน่ายผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อแก้ปัญหาการขายเกินราคาและตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่
บทสรุป
จากโรงหวยโรงแรกของจีนหง สู่การกดซื้อเลขเด็ดผ่านสมาร์ตโฟน ประวัติศาสตร์ของสลากกินแบ่งรัฐบาลไทยสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเดิมคือ “ความหวัง” ที่คนไทยมีต่อตัวเลขเหล่านั้น ซึ่งทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาลยังคงอยู่คู่กับสังคมไทยตราบนานเท่านาน
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม:
-
รายได้จากการจำหน่ายสลากจะถูกแบ่งเป็น: เงินรางวัล 60%, รายได้แผ่นดิน 23%, ค่าใช้จ่ายบริหารงาน 17% (โดยประมาณตามกฎหมาย)
-
“วันหวยออก” ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ร้านค้าและกิจกรรมต่าง ๆ อาจเงียบเหงาลงชั่วคราวในช่วงบ่ายขณะลุ้นรางวัล